นานมากแล้วที่ผมชื่นชอบคำ ๆ นี้..

 ‘ฟ้าสูง แผ่นดินต่ำ’
 

ผมมักจะได้ยินมันหลายครั้งจากในบทหนังจีนกำลังภายในไส้กระจายหรือตามหน้า

หนังสือการ์ตูนจีนอันเป็นที่รักและรู้จัก ด้วยรูปประโยคสุขสันต์ระกำใจว่า..

ไอ้พวกไม่รู้จักฟ้าสูง แผ่นดินต่ำเอ้ย ไปตายซะ!!

เดี๋ยวข้าจะทำให้เอ็งรู้ว่าฟ้าสูง แผ่นดินต่ำมันเป็นอย่างไร ไอ้ทิดเล็ก!?!

สั่งสอนให้มันรู้จักฟ้าสูง แผ่นดินต่ำหน่อยซิ ฮวยบ่อข่วยลูกพ่อ!!!! ฯลฯ

และทุกครั้งที่ได้ยิน ผมก็มักจะรู้สึกสะใจทุกครั้งปานจะปลิ้นรูขุมขนมาดอมดมให้กลมกลิ้ง

มันล้ำลึกอย่างยากจะหยั่งถึงจริง ๆ นะครับ

คำเพียงไม่กี่คำ แต่กลับก่อให้เกิดสำนวนแสบสันต์ทะลุทะลวงดากส์บาดลึกถึงทรวงใน

ลองคิดเล่น ๆ ดูนะว่าเด็กกี่ขวบกันที่จะรับรู้ได้ถึงข้อเท็จจริงอันแสนจะเรียบง่ายนี้

ข้อเท็จจริงที่มีอยู่ว่าฟ้านั้นอยู่บนหัวแผ่นดินอยู่ใต้เท้า และทั้ง 2 สิ่งนี้อยู่ห่างกัน

5 ขวบ, 6 ขวบ หรือว่า 10 ขวบ?

ผมว่าแค่เลขหลักเดียวก็ตระหนักรู้กันได้แล้ว..

เพราะฉะนั้นหากใครก็ตามถูกคำพูดนี้ยัดใส่กระดูกค้อน ทั่ง โกลน ในหูชั้นกลางอย่างจงใจ

นั่นย่อมหมายความว่า เขาคนนั้นกำลังถูกตราหน้าว่ารอยหยักของสมองน้อยกว่า

เด็กตัวเล็ก ๆ เสียอีก

..ช่างแรงส์ได้ใจจริงนะ..

แต่ในทางกลับกัน คำพูดที่บ่งบอกถึงความโง่เขลาของผู้อื่นนั้นก็มิได้บ่งชี้ถึงตัวของผู้พูดว่า

จะต้องฉลาดตามไปด้วย..

แค่รู้ข้อเท็จจริง ๆ พื้น ๆ ที่ว่าฟ้าอยู่สูง แผ่นดินอยู่ต่ำ.. แล้วไง!?

มันแตกต่างกันอย่างที่ว่า.. แล้วไงล่ะ!!?

มันจะมีอะไรที่นอกเหนือไปกว่านั้นไหม..?

แค่นี้ก็ดูดีขึ้นในสายตาของคนอื่นแล้วหรือ..?!!

คนที่เขาฉลาดจริงคงไม่ได้แต่จะดูแค่นี้..

เขาจะต้องนำความแตกต่างที่ว่ามาคิดใช้ประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งให้ได้ต่อต่างหาก

เช่น ร้านอาหารลอยฟ้าที่นั่งสลิงกินกันที่ความสูง 165 ฟุต หรือ ห้องนิรภัยใต้ดินที่ป้องกันได้

แม้ระเบิดนิวเคลียร์ ฯลฯ

มิใช่รู้เพียงแค่ว่ามันแตกต่างเท่านั้น..

ดังนั้น รูปประโยคต่อไปคงต้องเปลี่ยนใหม่ จากเดิมไอ้พวกไม่รู้จักฟ้าสูง แผ่นตินต่ำเอ้ย!!

ซึ่งหมายถึง รู้จักที่สูงที่ต่ำ รู้จักกาลเทศะ

กลายเป็น ไอ้พวกไม่รู้จักประโยชน์ของฟ้าสูง แผ่นดินต่ำเอ้ย!!

ซึ่งหมายถึง นอกจากจะไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแล้ว ยังไม่มีความคิดจะทำมาหากินอีกด้วย

จนตายแน่ ๆ เอ็งเอ๋ย..  แฮ่ม ซึ่งแรงกว่าหลายเท่า!

แต่ก็อย่างว่า ใครเล่าจะหลุดคำพูดเกรียน ๆ ที่ไม่ได้คำนึงถึงศิลป์ทางภาษาที่มีมาแต่ครั้งก่อนได้

แค่ฟังก็เริ่มขัด ๆ หูแล้ว ทั้งยาว ทั้งเยิ่นเย้อกว่าเดิม และไม่เห็นทีท่าว่าผู้รับฟังจะเจ็บตรงไหน

ก็คงจะมีแต่พวกที่ไม่รู้กาลเทศะบางคนที่จะชอบแต่ทำตัวโดดเด่นและคิดแปลกแยกเท่านั้น

ที่คิดจะใช้คำทะแม่ง ๆ เหล่านี้มาแยงให้แสยงหูในชีวิตจริง..

..หึ!!..

 ‘ไอ้พวกไม่รู้จักฟ้าสูง แผ่นดินต่ำเอ้ย.. ไปตายซะ!!!’

 ...
 
* หมายเหตุ..
นี่คืองานทดลองเขียนอาจจะเกรียนไปหน่อย แต่คุณจะได้เห็นแนวการเขียนแบบหักมุมของหักมุม
ซึ่งไม่รู้ว่าผู้เขียนมันจะแนวไปไหน อย่างไรต้องขออภัยในความบ้าบอมา ณ ที่โน้นด้วย 555+ ^^
: โดนตบ!! :
 
 
 ขอบคุณฉากหลังงาม ๆ 'จิงจังแมน ' ฝีมือคุณพี่ Obey มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ^ ^
 
 

Comment

Comment:

Tweet

#19 By (64.233.173.170|1.47.4.211, 64.233.173.170) on 2015-05-15 12:50

ชอบจังHot!

#18 By Death moon on 2011-06-05 13:51

ล้ำลึกจริงๆค่ะ Hot! Hot! Hot! big smile
น่าคิด น่าคิดbig smile

#16 By นู๋ดำ ดอท X-Teen on 2010-11-25 23:10

ขอเลียนแบบ #13 นะครับ

"คม" sad smile

#15 By :เกรียน-โก๊ะ: on 2010-11-25 21:47

ชอบมากค่ะ^^
มองได้หลายมุึมจริงๆ ฮ่าๆ

#14 By 9 n i H k ~ on 2010-11-23 18:31

คม

#13 By ninepal on 2010-11-23 09:54

ความคิดของพี่เยี่ยมมากค่ะ ^^

มันก็ขึ้นอยู่กับคนตีความด้วยนะคะว่าจะคิดไปทางไหน

ในตอนแรกที่อ่านก็ตีความไปว่า พวกไม่เจียม หรือไม่ประมาณตน ทำนองนี้ค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่า ^^

#12 By ak_kumiko on 2010-11-22 20:13

ชอบวลีนี้มานานแล้วเหมือนกัน แต่ว่าก็ไม่ได้พยายามจะเข้าใจหรือตีความให้ลึกซึ้งอะไร
มุมมองเจ๋งมากเลยค่ะ surprised smile

#11 By Rethy's on 2010-11-22 10:18

งานเขียนนี้อาจจะเกรียนหรือไม่เกรียนไม่รู้แต่ที่รู้คือมันเก๋าน่าดูชม

#10 By PaPoM on 2010-11-17 13:15

... sad smile

#9 By nariss on 2010-11-15 12:30

สวัสดีค่ะ เข้ามาเห็นโดยบังเอิญ รู้สึกแทงใจดำมากเลยบล็อกนี้ โดยเฉพาะบทความนี้...

โดยส่วนตัวรู้จักความหมายของคำว่า "ฟ้าสูง แผ่นดินต่ำ"
แต่ไม่เคยรู้สึกในความหมายตามที่ จขบ. เขียน
หรือนั่นอาจจะเป็นเพราะ ได้ยิน เข้าใจ แต่ไม่ได้วิเคราะห์

ในความรู้สึกของเรา ฟ้าสูง แผ่นดินต่ำ ใช้ด่าคนที่
"ทะนงตัว ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้กาลเทศะ ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้มีดีอะไรมากมาย"
ซึ่งเป็นคำด่ากลาย ๆ ประมาณว่า "แกมันกระจอกงอกง่อย..."

พอมาอ่านเอนทรี่นี้แล้ว ก็ได้คิดถึงคำนี้ในอีกมุมหนึ่งว่า
เอ้อ...มันแปลว่า "โง่มาก" ก็ได้ด้วยนะ!!!

เท่านั้นยังไม่พอ จขบ. มีความคิดที่ลึกซึ้งกว่านั้นเข้าไปอีก
ด้วยการชี้ลึกถึงประโยชน์ของการรู้จัก "ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ"
อันนี้สุดยอดมาก ถึงกับอึ้งเลยทีเดียว
sad smile

บทความนี้อ่านเผิน ๆ สำหรับบางคนอาจจะบ่นว่า "อะไรของมัน?"

แต่ถ้าอ่านแบบเปิดใจ จะเห็นว่า จขบ. คนนี้ มีมุมมองที่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะbig smile
ไม่เป็นไรค่ะ ให้อภัย 55+ (โดนตบ!!)

ปล. จะแผ่นฟ้า หรือ แผ่นดิน เพียงอยู่กันคนละที่ แต่ต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำเฉกเช่นเดียวกันมิใช่หรือ หากมีแต่แผ่นฟ้า ไม่มีแผ่นดิน หรือ มีแต่แผ่นดิน ไม่มีแผ่นฟ้า...แหม๋ มันคงเหงาบันดาลลงบันลัยกันเลยทีเดียว big smile big smile

#7 By [MV] biZKit on 2010-11-15 12:05

พอดีเราเป็นพวกที่

ไม่รู้จัก(ไม่สนใจ) ฟ้าสูง แผ่นดินต่ำซะด้วยสิ

เพราะตราบใด ยังต้อง กิน..ถ่าย..สืบพันธ์..ทำงานแล้วก็

นอน ไม่ว่าฟ้าจะสูงแค่ใหน แผ่นดินจะต่ำเพียงใด

มันก็มีค่าเท่ากัน แม้จะอยู่ในแผ่นดินที่ทำให้เห็นว่า

คุณค่านั้นมีไม่เท่ากันก็เหอะ

มาเอนทรี่นี้.....อย่างแรงส์เนอะ



big smile

#6 By ตีรณา on 2010-11-15 11:00

กะลังจะว่าใคร จุจุ

เจ้าแห่งสำนวน มาจากหนังสือกำลังภายใน

มิเห็นโลงศพ มิหลั่งน้ำตา

กะบี่หัก คนไม่หัก

sad smile sad smile confused smile

#5 By ปิยะ99 on 2010-11-15 10:57

ลึกซึ้งจริงๆ

#4 By LhinKo^_^ on 2010-11-15 10:41

ไม่อยากจะอ่านเลยเชียว ๕๕

แหม่ๆ เหนื่อย

#3 By ปลาวาฬ on 2010-11-15 00:49

5555
มันแปลได้หลายอย่างจริงๆเนอะ
แรงได้ใจดีเหมือนกันแฮะbig smile

แต่มันก็คงมีประโยคพวกนี้อยู่เรื่อยๆ -0-
ซึ่งทำให้เราต้องมาตีความกัน
แบบนี้นี่เอง

#2 By ruи [sine] ~ on 2010-11-14 19:46

ช่างล้ำลึกจริงๆsad smile

#1 By Human on 2010-11-14 15:05