เป็นอย่างไรบ้างครับ ถาม-ตอบกันพอหอมปากหอมคอ..

ทั้งหมดที่กล่าวมานับเป็นปัจจัยแรกที่อาจจะทำให้ปลาของเราเกิดความเครียดและส่งผลถึงสีของปลาให้ซีดลงในภายหลังได้

ปัจจัยข้อต่อไปข้อที่สองที่จะทำให้ปลาของเราชอบมีสีขึ้น ๆ ลง ๆ นั่นก็คือ การถ่ายน้ำในตู้ทีละมาก ๆ (ปลาไม่ชินกับน้ำใหม่)

เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดย การถ่ายน้ำทีละน้อย ๆ ครับ  (เพียง 20-30 % พอ) จบ

ปัจจัยข้อที่สาม

เฮ้ย ๆๆ จะจบเอาดื้อ ๆ อย่างนี้เลยรึ?! บุรุษลึกลับผู้เฝ้าดูการเขียนต้นฉบับของผมอยู่ในขณะนี้ได้เอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทีสงสัย

หากแต่นั่นเป็นคำตอบที่ตรงประเด็นที่สุดแล้วในหัวข้อนี้ เอาล่ะไม่เป็นไรเพื่อให้เห็นภาพ ผมจะลองยกตัวอย่างให้ฟังและให้ลองคิดแบบ ใจเขาใจเราตามไปด้วยแล้วกัน

สมมุติว่า  ตัวเราเองเป็นปลาน้อยตัวหนึ่งที่โดยปกติชอบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีพีเอชอยู่ที่ประมาณ 8.2 แต่ปัจจุบันแหล่งน้ำที่เราอาศัยอยู่มีพีเอชอยู่ที่ประมาณ 7.4 ซึ่งเราเองก็ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แล้วบังเอิญเจ้าของของเราตรวจพบความผิดปกตินี้เข้าและเขาต้องการจะทำให้เราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เราชอบมากที่สุด

โดยมีวิธีแก้ไขให้เลือกอยู่ 2 วิธี นั่นก็คือ

1.เปลี่ยนถ่ายน้ำ(ที่ละมาก ๆ 70% - 80%) จากค่าพีเอช 7.4 ให้เป็น 8.2 ตามที่เราต้องการภายในเวลา 5 นาที กับ

2.ค่อย ๆ เปลี่ยนถ่ายน้ำทีละนิด(20% - 30%) ให้ค่าพีเอชค่อย ๆ ขึ้นไปอยู่ที่ 8.2 ในเวลา 2- 3 วัน

ถ้าคุณเป็นปลาตัวนั้นและสามารถพูดคุยกับเจ้าของได้ คุณจะเลือกวิธีไหน?

สำหรับผม ผมจะเลือกให้เจ้าของแก้ไขโดยใช้วิธีที่ 2 อย่างไม่ต้องสงสัยครับ เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำที่ละนิด  ๆ จะช่วยทำให้ปลาที่เราเลี้ยงไม่ถึงกับเครียดมาก ๆ ในคราเดียว ทำให้ปลาของเราได้มีโอกาสค่อย ๆ ปรับตัวไปทีละน้อย ๆ กับคุณภาพน้ำที่มาใหม่โดยไม่ต้องใช้พลังงานอะไรมาก แต่ถ้าเราไปปรับเปลี่ยนคุณภาพน้ำอย่างกะทันหัน แม้จะเป็นการเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่เหมาะสมกว่าก็เถอะ ในบางกรณีอาจจะทำให้ปลาของเราเกิดความเครียดมาก (เพราะต้องรีบปรับตัวกันจ้าละหวั่น) และจะส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้

โดยจะเห็นได้ชัดที่สุด คือ ตัวอย่างในตระกูลปลา อะโรวาน่า ถ้ามีการเปลี่ยนถ่ายน้ำที่ละมาก ๆ ปลาจะมีการว่ายน้ำแบบตีกรรเชียง และอาจถึงตายได้ในที่สุด

คำตอบข้อที่ 2 จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

ซึ่งในกรณีนี้(การถ่ายน้ำมาก) อาจจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ในกรณีเช่น น้ำในตู้ของเราไม่ดีแล้ว ของเสียมาก ออกซิเจนต่ำ ปลาลอยหัวพะงาบ ๆ ราวกับจะร้องขอชีวิต จะตายแหล่มิตายแหล่ อย่างนี้เราก็ควรจะถ่ายน้ำให้เยอะหน่อยนะครับ เพื่อเอาน้ำที่ไม่ดีออกจากระบบและใส่น้ำที่มีออกซิเจน(น้ำใหม่)เข้ามาแทนที่ ไม่ต้องไปรอถ่ายทีละนิด ๆ  3 วัน 3 คืนนะครับอย่างนั้นช้าไป ปลาของเราอาจจะทนสภาพแวดล้อมตอนนั้นไม่ไหวและรีบจากไปเสียก่อน

ต่อไปเป็นปัจจัยข้อสาม มีคนกวน!

ขนาดคนเจอผียังหน้าซีดเป็นไก่ต้ม แล้วเจ้าลูกปลาน้อยต้องมาเจอกับคน(กวน)แล้วมันจะไปเหลืออะไร?

ใช่ครับ หากปลาของเรามีความจำเป็นจะต้องอวดโฉมต่อหน้าสายตาประชาชีอยู่เป็นประจำ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้ อาจจะโดยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของแขกผู้มาเยื่อนของเราก็แล้วแต่ กับการที่มักจะชอบมาแหย่เล่นกับปลาของเราเพื่อหวังจะให้มันมาว่ายน้ำโชว์ตัว

อาการที่พบเห็นบ่อย ๆ ก็คือ กลุ่มคนเหล่านั้นมักจะเอามือมาลูบไล้ไปตามความเรียบบางของแผ่นกระจกตู้ทำราวกับว่ามันถูกฉาบด้วยปูนตราเสือซึ่งให้ความรู้สึก เนียนนุ่ม น่าสัมผัส จากนั้นจึงส่งสายตาที่แสนจะเย้ายวนเพื่อเรียกร้องความสนใจให้ปลาในตู้ว่ายเข้ามาโชว์ตัวให้ดูใกล้ ๆ (แต่ส่วนใหญ่จะทำไม่สำเร็จ เพราะสิ่งที่ปลารับรู้ไม่ได้เป็นความรู้สึก  ‘'สยิวที่ชวนน่าหลงใหล หากแต่เป็นความรู้สึก ''สยองที่ชวนให้ถอยห่าง)

ในบางกรณีที่ปลาทำเป็นไม่สนใจหรือเบือนหน้าหนี พี่ท่านก็กลัวว่าปลาจะไม่รู้ว่ากำลังถูกจับตามองอยู่ ก็เลยเอามือหนา ๆ ใหญ่ ๆ ตบตู้ซะงั้น..

ปึก!!!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

และพร้อมกันนั้นก็จะได้ยินเสียง ตุ๊บ! ซึ่งเป็นอาการที่ปลาตกใจและว่ายไปชนกับตู้ หรือลนลานว่ายวนไปวนมาภายในตู้แคบ ๆ ที่ไม่มีทางไปด้วยความกลัวแบบสุดขีด ซึ่งในกรณีนี้ถ้าชนเบาก็อาจจะแค่ถลอกหรือเจ็บตัวนิดหน่อย ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แต่ถ้าปลาเกิดชนแรง โดยเฉพาะปลาตัวใหญ่หรือปลาที่มีหัวโหนกใหญ่ ระบบภายในอาจจะเกิดการเสียศูนย์ถึงขั้นว่ายน้ำเอียงได้เลยทีเดียว และถ้าถึงขั้นนั้นก็ไม่มีทางรักษาแล้วครับ เมื่อปลาไม่สามารถทรงตัวเพื่อจะกินอาหารได้

ไม่นานเค้าก็จะจากเราไป..

แต่ส่วนใหญ่สิ่งที่มักจะเกิดนั่นก็คือ เมื่อปลาตกใจสีบนลำตัวปลาก็จะซีดลง ครีบต่าง ๆ จะเริ่มห่อ ลมหายใจระรวยจะเริ่มปรากฏ และอาจจะมาพร้อมกับหัวใจที่เริ่มระทม

เห็นแล้วจักน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง

T T

(โปรดติดตามตอนต่อไป) 

 

Comment

Comment:

Tweet