โดยส่วนใหญ่แล้วปลาที่ถูกฟอร์มไว้ในตู้ขังเดี่ยวจะมีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจมากนะครับ

ทั้งครีบว่ายน้ำต่าง ๆ และรูปทรงจะสมบูรณ์ถึงขีดสุดดูดีมีราคาขึ้นมาทันตาเห็น แต่ถ้าจะให้ดีจริง ๆ ควรทำตั้งแต่ช่วงที่ตัวปลายังมีขนาดเล็กนะครับ เพราะปลาจะยังคงมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ไร้รอยตำหนิตั้งแต่ต้น เหมือนรถป้ายแดงที่ไร้รอยขีดข่วนยามเมื่อแรกออก  แต่ถ้านำมาขับไปโน่นขับไปนี่ก็อาจจะไปจูบกับรถคันอื่น ๆ ได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับโอกาสครับ 

ทั้งนี้ขนาดของตู้ปลาที่จะนำปลามาเลี้ยงก็ควรจะต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับตัวปลาของเราด้วยนะครับ ไม่เล็กซะจนอึดอัด หรือไม่ใหญ่ซะจนโหรงเหรงเกินไป  

(โปรดนำไปตีความกันเอาเองว่าขนาดไหน?)

เชื่อหรือไม่ว่า? แม้การเลี้ยงปลาขึ้นฟอร์มตู้เป็นตัว ๆ จะเป็นอะไรที่พื้น ๆ ที่เราทำกันมานานแล้ว แต่หลักการนี้ยังเป็นหลักการเดียวกันกับการผลิตหนังจระเข้ ให้ได้หนังคุณภาพหนังเกรด A หรือ เกรดดีมาก ๆ ด้วยเหมือนกัน

อ๊ะ.. คุณภาพหนังจระเข้เค้าวัดกันเป็นเกรดด้วยนะค๊ะคุ๊..ณ

มีทั้ง  A, B และ C  โดยหนังเกรด A จะถือว่าเป็นเกรดที่ดีที่สุด เรียกได้ว่าเป็นหนังรุ่นไร้รอยขีดข่วน คุณภาพมาตรฐานโลก แม้ระยะหลัง ๆ จะมีหนังแนวแปลก ๆ ที่มาแทรกตลาดไปบ้าง เช่นหนังเกรด R หรือหนังเกรด X แต่นั่นก็ยังนับเป็นหนังที่ไม่ดี พวกเราอย่าไปสนใจเลยครับ

และวิธีที่จะได้มาซึ่งหนังจระเข้เกรด A นั้นก็มีวิธีง่าย ๆ ครับนั่นก็คือ เขาจะต้องเลี้ยงจระเข้แบบขังเดี่ยวหรือขุนเดี่ยว โดยจะเลี้ยงจระเข้ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ในบ่อปูนขนาดพอเหมาะเพียงบ่อละ 1 ตัว โดยมีเหตุผลเดียวกันกล่าวคือ จระเข้ที่มีการเลี้ยงรวมกันมาก ๆ  หนังของจระเข้อาจจะเกิดรอยขีดข่วนขึ้นมาได้ อันเนื่องมาจากการหยอกเย้าหรือทะเลาะวิวาทกันเอง คุณภาพหนังก็จะตกดิวิชั่นไปตามร่องรอยของประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำตัว จนถูกคัดไปเป็นหนังเกรด B หรือเกรด C ตามลำดับ

ลองคิดกันเล่น ๆ ดูนะ ถ้าคุณเป็นเจ้าของฟาร์มและต้องการทำธุรกิจหนังจระเข้เกรด A ขาย  คุณจะต้องมีบ่อปูนซักกี่บ่อถึงจะพอ? จะต้องมีพื้นที่มากเท่าไหร่ที่จะต้องใช้? ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ในการลงทุนเพื่อที่จะทำให้การลงทุนมันคุ้มทุน?

ผมว่า...ก็คงไม่น้อยละมังครับ!   

ไม่ใช่อะไรหรอกที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมก็แค่ต้องการจะบอกว่า ..ขนาดหนังจระเข้ที่ทั้งแข็งแกร่ง ทั้งหนา และทนทานขนาดนั้น  ยังต้องยอมลงทุนสร้างบ้านเดี่ยวที่เป็นสัดส่วนให้มันอยู่เพื่อให้ได้หนังคุณภาพดีออกมา แล้วจะประสาอะไรกับหนังปลาเท็กซัสแดงผู้อ่อนแอและบอบบางดุจเด็กน้อยผู้อ่อนโยนและบางเบาของเราเล่า..

ลองได้เลี้ยงไว้รวมกันมาก ๆ  มีหวังคงได้เปิดกันบ้าง

แต่ไอ้ที่เปิดน่ะ ไม่ใช่เปิดลอกนะครับ

แต่จะเป็นหนังเปิดแทน!

อันนี้ต้องทำใจ สำหรับท่านที่คิดจะเลี้ยงปลาไว้รวมกันมาก ๆ ถ้าเห็นมีปลาดี ๆ อยู่ในกลุ่ม จับแยกได้ก็ควรจับแยกไว้ก่อนนะครับ  แล้วจะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง

เรื่องนี้ขอฟันธง..

 

ส่วนในหัวข้อที่ 2 เรื่องของสีปลาที่ชอบขึ้น ๆ ลง ๆ  (up & down)

หลายครั้งที่เราพบว่าปลาน้อยของเรานั้นจะมีสีบนลำตัวไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวแดงบ้างซีดบ้าง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นมีใครรู้ไหมเอ่ย?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อันที่จริงแล้วสาเหตุหลักมีผลมาจากเรื่องของ อารมณ์ปลา เป็นหลักครับ

เพราะโดยส่วนใหญ่เวลาปลาของเราตื่นตกใจ สีบนลำตัวของเขาจะซีดลง มีไหมครับปลาของใครเวลาตกใจแล้วสีเข้มขึ้น ๆ ?

หลายท่านบอกว่ามี ถ้ามีผมก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพราะผมว่าปลาท่านอาจจะเป็นโรคความจำเสื่อมไปแล้ว หรืออาจจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง อาการแบบนี้แก้ยากครับ!

(ถ้าใครมีแบ่งมาให้ผมซักตัวก็ได้นะครับ อาการแบบนี้ผมชอบ)

เพราะโดยส่วนใหญ่มีแต่สีจะซีดลงราวกับใบหน้าของคนที่เพิ่งพบเจอกับวิญญาณร้ายมา

เมื่อคิดในเชิงเหตุและผล ถ้าการที่ปลาตื่นตกใจแล้วจะส่งผลทำให้ปลาสีตกหรือสีบนลำตัวซีดลง ดังนั้นในการแก้ปัญหา ถ้าไม่อยากทำให้ปลาสีตก ก็จงอย่าทำให้ปลาตื่นสิ

ใส่ยานอนหลับผสมอาหารให้ปลากินไปเลยดีมั้ยครับ ปลาจะได้หลับสบาย ไม่ต้องกลัวตื่น..

ผมว่าเราคงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นกันหรอกนะครับ มีหวังทำปลาคงตีกรรเชียงว่ายน้ำแน่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรจะทำก็แค่เพียงรู้สาเหตุของการตกใจและอย่าทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นก็พอ

เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet

thats a good inform,,,but funny,,,too...

#1 By t (75.72.94.244) on 2012-02-20 00:37