ปลาบางตัวมีตำหนิที่ถ้าดูเผิน ๆ จะมองแทบไม่เห็นเลยครับ

ถ้าไม่ชี้ให้ดูก็จะดูไม่ออก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตำแหน่งหรือตำหนิดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในส่วนที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ ในการเลือกปลา เช่น สมมุติว่าเวลาคุณไปเลือกซื้อปลาเท็กซัสแดงซักตัว ส่วนมากเรามักจะมัวให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราสนใจอันดับแรก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องตำแหน่งของมุก ในเรื่องของหัวที่จะปูดหรือไม่ปูด หรือในเรื่องของสีของปลาว่าจะแดงหรือไม่แดง

จนลืมสังเกตไปว่า กระดูกที่โคนหางของปลาตัวนั้นคดไปนิดหนึ่ง หรือ ครีบบนของปลาบิด เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ไม่อยู่ตรงกึ่งกลางของตัวปลา  เป็นต้น

ยังผลให้ผู้ที่จะซื้อได้รับข้อมูลมาวิเคราะห์ไม่ครบถ้วน และทำให้ตัดสินใจผิด คิดสั้นไปซื้อมา เพราะหลงคิดว่าเป็นปลาที่ปกติดี ฉะนั้น การสังเกตในทุกรายละเอียดบนตัวปลาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากที่คุณจะขาดไม่ได้

ยิ่งถ้าคุณสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติในรายละเอียดที่ดูยากเหล่านั้นได้มากเท่าไหร่ ย่อมแสดงว่าคุณเริ่มมีสายตาที่เฉียบคมในการวิเคราะห์ปลามากขึ้นเท่านั้นด้วยนะครับ มีความละเอียดลออในการเลือกซื้อปลามากขึ้นอีกด้วย

และที่สำคัญ คือ คุณเริ่มที่จะอ่านปลาเป็นแล้ว ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ

แต่.. ไอ้ครั้นเมื่อคุณสังเกตพบสิ่งผิดปกติบนตัวปลาแล้วคงไม่ต้องดีอกดีใจ ถึงขนาดร้องตะโกนว่า..

อะฮ้า เจอแล้วโว้ย ! พ่อแม่พี่น้องที่รักทั้งหลายโปรดทราบ  ไอ้ ปลาตัวนี้ไม่ดี มีตำหนิ!  อย่าได้ริอาจไปซื้อมันเชียวนะ คร้าบ!! (พร้อมท่าทางประกอบ คือ มือหนึ่งชี้ไปที่จุดเกิดเหตุ ส่วนอีกมือปิดตาไว้ เพื่อไม่ให้ใครจำหน้าเราได้ ) หรอกนะครับ เพราะแม้ว่าคุณจะกลายเป็นวีรบุรุษของบรรดาประชาชนที่มาเลือกซื้อปลาในเวลานั้น แต่คนขายคงไม่เห็นดีเห็นงามไปกับคุณด้วยแน่

ระวังตัวไว้ให้ดี!

เพราะเขาอาจแจกขนมตุ้บตั๊บให้คุณไปกินฟรี ๆ เพื่อให้คุณสงบสติอารมณ์!  

ฉะนั้นเอาเป็นว่า ถ้าคุณพบเห็นปลาตัวไหนที่มีลักษณะผิดปกติแล้วละก็ ขอให้คุณใจเย็น ๆ ไว้นะครับ หายใจลึก ๆ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย สิ่งที่คุณจะต้องทำมีอย่างเดียว คือ ก้าวถอยหลังออกมาจากตู้อย่างช้า ๆ  ..ช้า ๆ  เหมือนเวลาที่คุณต้องเผชิญหน้ากับงูจงอางในระยะเผาขนนั่นแหละ 

จงอย่าทำให้มันตกใจ

จ้องตามันไว้ แล้ว ค่อย ๆ  ถอย  ค่อย ๆ ถอย เก็บอาการตื่นเต้นไว้ภายใน แล้วเดินถอยหลังจากไป หายไปจากชีวิตมัน 

ทั้งหมดนี้ คงไม่ยากจนเกินไปใช่ไหมครับกับกระบวนการสังเกตปลาดังที่กล่าวไปข้างต้นนี้

ความเงียบคือคำตอบอย่างหนึ่ง โอเคครับ งั้น ผ่าน!

 

มาที่หัวข้อต่อไปกันดีกว่า ว่าด้วยเรื่องของ โหนกปลา  

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วครับว่า ปลาเท็กซัสแดงนั้น หาที่โหนกจริง ๆ ได้ค่อนข้างยาก  เข็นครกลอดรูเข็มในมหาสมุทรยังง่ายกว่า!   

เพราะฉะนั้น เวลาที่เราไปเลือกซื้อปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาที่ลอกแล้วหรือยังไม่ลอก ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ราคาแพงหรือไม่แพง ถ้าลองต้องเลือก ปลาตัวไหนที่มีแววว่าจะหัวโหนกได้ อาทิ เริ่มเห็นฐานโหนกปูด ๆ ส่อแววจะตุงแหล่ไม่ตุงแหล่ ตะรุ่งตุ่งแช่! ล่ะก็ ไอ้ตัวนั้นแหละ น่าซื้อสุด! น่าเอามาวัดดวงด้วย

ก็แบบว่าเผื่อฟรุคน่า!! เลี้ยงไปเลี้ยงมาเกิดเปลี่ยนจากตุ่ยเป็นตุง ขึ้นมา จะพูดภาษาไทยกันไม่รู้เรื่องนะครับ

อะไรนะ...ดูปลาหัวตุ่ยไม่เป็น?  โรเบิร์ตตะโกนออกมาในความเงียบ ได้ยินเสียงเพียงเบาบาง

โถ่เอ้ย..ไม่ต้องห่วงไปเลยเพื่อน เรื่องแค่นี้สบายมั้ก ทุกอย่างจะเป็นไปตามธรรมชาติ

ทำไมน่ะหรือครับ?

ก็เพราะเดี๋ยวคนขายเค้าก็จะบอกกับเราเองนั่นแหละ ว่าไอ้เจ้าปลาตัวเนี้ย หัวจะโหนกหรือไม่โหนก หรือถ้าบังเอิญว่าคนขายเป็นคนขี้อายไม่กล้าบอกกับเราตรง ๆ นะ เค้าก็จะบอกกับเราทางอ้อม โดยการตั้งราคาปลาตัวนั้น ๆ ไว้สูงกว่าปกติ เป็นนัยว่า

พี่ช่วยดูให้น้องแล้วนะจ๊ะ  ว่าไอ้ปลาตัวนี้ลองได้เลี้ยงไปนาน ๆ อนาคตหัวมันจะตุ่ยแน่ ๆ น้องสบายใจได้!

ถ้าการสนทนาจบแต่เพียงแค่นี้ ก็จะเป็นการปิดการขายที่สรุปในตอนท้ายได้ว่า ลูกค้ามีหวังได้ซื้อปลาแพงกลับไปเป็นแน่

ซึ่งในกรณีนี้ส่วนใหญ่จะพบมากในพวกที่ยังเป็นน้องใหม่ ดูปลายังไม่เป็น

แต่สำหรับพวกที่เชี่ยว ๆ เขี้ยวลากดินแล้ว บทสนทนาจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้หรอกครับ ส่วนใหญ่มักจะมีต่อ นั่นคือ

 ขอบคุณในความหวังดีนะครับพี่ แต่ไอ้ของแบบนี้ผมดูเองก็ได้  เอาเป็นว่า  ถ้าพี่อยากจะช่วยผมจริง ๆ งั้นพี่ก็ช่วยลดราคาปลาให้ผมอีกหน่อยก็แล้วกันนะ นะพี่นะ ได้โปรดเถอะ.. please!.

นั่นแหละครับ ดีแล้วครับ เป็นการกระทำที่ถูก โปรดอย่าลืมจิตวิญญาณของเรา ชาว ผู้ซื้อ ซะนะครับ ถ้าเพื่อทำหน้าที่ของผู้ซื้อที่ดีให้สมบูรณ์ จงอย่าลืมที่จะ ต่อ ราคาปลาให้ถูกลง

ให้ถือคติที่ว่าใช้ฝีปากกล้า เพื่อราคามิตรภาพ ไว้นะฮะ

แล้วจะรุ่ง^ ^

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet